ผู้เขียน หัวข้อ: พระติสสะ  (อ่าน 1707 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

  • กรรมการบริหาร
  • *
  • Thank You
  • -Given: 7
  • -Receive: 45
  • กระทู้: 64
พระติสสะ
« เมื่อ: มิถุนายน 09, 2014, 08:32:39 PM »
๓. เรื่องพระติสสเถระ [๓]               
               ข้อความเบื้องต้น               
                พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภพระติสสเถระ ได้ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า “ อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ ” เป็นต้น.

               พระติสสเถระเป็นผู้ว่ายากและถือตัว               
                ดังได้สดับมา ท่านติสสเถระนั้นเป็นโอรสพระปิตุจฉาของพระผู้มีพระภาคเจ้า บวชในกาลเป็นคนแก่ บริโภคลาภสักการะอันเกิดขึ้นแล้ว ในพระพุทธศาสนา มีร่างกายอ้วนพี มีจีวรรีดเรียบร้อยแล้ว๑- โดยมากนั่งอยู่ที่โรงฉันกลางวิหาร.
               ภิกษุอาคันตุกะทั้งหลายมาแล้วเพื่อประโยชน์จะเฝ้าพระตถาคต ไปสู่สำนักแห่งเธอ ด้วยสำคัญว่า “นี่ จักเป็นพระเถระผู้ใหญ่” ดังนี้แล้ว ถามถึงวัตร ถามถึงกิจควรทำมีนวดเท้าเป็นต้น.
               เธอนิ่งเสีย.
____________________________
๑- อาโกฏิตปฺปจฺจาโกฏิเตหิ แปลว่า ทุบแล้วและทุบเฉพาะแล้ว

               ลำดับนั้น ภิกษุหนุ่มองค์หนึ่งถามเธอว่า “ท่านมีพรรษาเท่าไร?” เมื่อเธอตอบว่า “ยังไม่มีพรรษา ข้าพเจ้าบวชแล้ว ในกาลเป็นคนแก่” จึงกล่าวว่า “ท่านขรัวตาผู้มีอายุ ฝึกได้ยาก (แนะนำยาก) ท่านไม่รู้จักประมาณตน, ท่านเห็นพระเถระผู้ใหญ่มีประมาณเท่านี้แล้ว ไม่ทำวัตรแม้มาตรว่าสามีจิกรรม เมื่อวัตรอันพระเถระเหล่านี้ถามโดยเอื้อเฟื้ออยู่ ท่านนิ่งเสีย, แม้มาตรว่าความรังเกียจ ก็ไม่มีแก่ท่าน” ดังนี้ จึงโบกมือ (เป็นที่รุกราน). เธอยังขัตติยมานะให้เกิดขึ้นแล้ว ถามว่า “พวกท่านมาสู่สำนักใคร?” เมื่ออาคันตุกภิกษุเหล่านั้นตอบว่า “มาสู่สำนักของพระศาสดา” จึงกล่าวว่า “ก็พวกท่านคาดข้าพเจ้าว่า ‘นี่ใคร?’ ข้าพเจ้าจักตัดมูล๒- ของพวกท่านเสียให้ได้” ดังนี้แล้ว ร้องไห้เป็นทุกข์ เสียใจ ได้ไปสู่สำนักของพระศาสดาแล้ว.
____________________________
๒- ตัดความเป็นสมณะ คือให้ขาดจากสมณภาพ

               พระติสสะทูลเรื่องแด่พระศาสดา               
                ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสถามเธอว่า “ติสสะ เป็นอะไรหนอ? เธอจึงเป็นทุกข์ เสียใจ มีน้ำตาอาบหน้า ร้องไห้มาแล้ว.” ฝ่ายภิกษุเหล่านั้น (คือพวกภิกษุอาคันตุกะ) คิดว่า “ภิกษุนั้นคงไปทำกรรมขุ่นมัวอะไรๆ” ดังนี้ จึงไปกับพระติสสะนั้นทีเดียว ถวายบังคมพระศาสดาแล้ว ได้นั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่ง. พระติสสะนั้นอันพระศาสดาตรัสถามแล้ว ได้กราบทูลว่า “พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุเหล่านี้ด่าข้าพระองค์.”
               ศ. ก็เธอนั่งแล้วที่ไหน?
               ต. ที่โรงฉันกลางวิหาร พระเจ้าข้า.
               ศ. ภิกษุเหล่านี้มา เธอได้เห็นหรือ?
               ต. เห็น พระเจ้าข้า.
               ศ. เธอได้ลุกขึ้นทำการต้อนรับหรือ?
               ต. ไม่ได้ทำ พระเจ้าข้า
               ศ. เธอได้ถามโดยเอื้อเฟื้อถึงการรับบริขารของภิกษุเหล่านั้นหรือ?
               ต. ข้าพระองค์ไม่ได้ถามโดยเอื้อเฟื้อ พระเจ้าข้า.
               ศ. เธอได้ถามโดยเอื้อเฟื้อถึงธรรมเนียม หรือน้ำดื่มหรือ?
               ต. ข้าพระองค์ไม่ได้ถามโดยเอื้อเฟื้อ พระเจ้าข้า.
               ศ. เธอนำอาสนะมาแล้ว ทำการนวดเท้าให้หรือ?
               ต. ไม่ได้ทำ พระเจ้าข้า.

               พระติสสะไม่ยอมขมาภิกษุสงฆ์               
                ศ. ติสสะ วัตรทั้งปวงนั่น เธอควรทำแก่ภิกษุผู้แก่. การที่เธอไม่ทำวัตรทั้งปวงนั่น นั่งอยู่ในท่ามกลางวิหาร ไม่สมควร, โทษของเธอเองมี, เธอจงขอโทษภิกษุทั้งหลายนั่นเสีย.
               ต. พระองค์ผู้เจริญ พวกภิกษุนี้ได้ด่าข้าพระองค์, ข้าพระองค์ไม่ยอมขอโทษเธอ.
               ศ. ติสสะ เธออย่าได้ทำอย่างนี้; โทษของเธอเองมี เธอจงขอโทษภิกษุเหล่านั้นเสีย.
               ต. พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ไม่ยอมขอโทษภิกษุเหล่านี้.
               ลำดับนั้น พระศาสดา เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระติสสะนี้เป็นคนว่ายาก” ดังนี้แล้ว ตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ติสสะนี้มิใช่เป็นผู้ว่ายากแต่ในบัดนี้เท่านั้น, ถึงในกาลก่อน ติสสะนี้ก็เป็นคนว่ายากเหมือนกัน,” เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ทั้งหลาย ทราบความที่เธอเป็นผู้ว่ายากแต่ในบัดนี้เท่านั้น, เธอได้ทำอะไรไว้ในอดีตกาล” ดังนี้แล้ว จึงตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ถ้าอย่างนั้น ท่านทั้งหลายจงฟัง” ดังนี้แล้ว ได้ทรงนำเรื่องอดีตมา.  (มีต่อ)

  • สมาชิกกิตติมศักดิ์
  • *
  • Thank You
  • -Given: 66
  • -Receive: 40
  • กระทู้: 130
Re: พระติสสะ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2014, 07:18:56 PM »
จะรอตอนต่อไปครับท่านมหา .. ขอบคุณมากมายครับ ..

 

เว็บเพื่อนบ้าน

บ้านคนรักลูกทุ่ง

บ้านและที่ดิน

อสังหาริมทรัพย์ ของสะสม