ผู้เขียน หัวข้อ: พิษสวาท เพ็ญศรี พุมชุศรี เพลงความหมายดีๆ ครับท่าน  (อ่าน 1444 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

  • สมาชิกอาวุโส
  • *
  • Thank You
  • -Given: 181
  • -Receive: 57
  • กระทู้: 65

  มีเพลงแห่งความหลังและเกร็ดบันเทิงที่น่าสนใจจากป้าโจ๊ว คุณเพ็ญศรี พุ่มชูศรี มาฝากเพื่อนๆสว.
 หนึ่งเพลง..ขอบคุณข้อมูลเพลงนี้จากเว็บบ้านแจน และไฟล์เพลงจากยูทูปโดยคุณวรภัทร ด้วยนะครับ

                            เพลง  พิษสวาท

  คำร้อง แก้ว อัจฉริยะกุล  ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน

  ขับร้อง  เพ็ญศรี พุ่มชูศรี

  <a href="http://www.youtube.com/v/noDkZiBoH0A?" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/noDkZiBoH0A?</a>

      พิษสวาทนี้มันประหลาดพิกลยิ่ง
อย่าเพิ่งท้วงติงฟังข้อเท็จจริงเสียก่อนอย่าเขลา
เกิดขึ้นด้วยใจมึนเมา โดยมากหนุ่มสาวยังเยาว์
มักโดนเข้าเหลือที่จะเป่าจะปัดไป
พิษสวาทนี้มีอำนาจแสนเร็วพลัน
หักห้ามมิทัน เร็วกว่าน้ำมันไปจ่อกับไฟ
รวดเร็วกว่าสิ่งใดๆ เร็วกว่าสายฟ้าเร็วไว
ปุ๊บเดียวตรึงใจเผลอตัวเมื่อไหร่เป็นได้การ
ใจทุรนทุรายกระวนกระวายมันเกิดได้หลายอาการ
แรกมันเสียวมันซ่านมันชักงุ่นง่าน
แล้วมันก็เพ้อพล่านเฉยชา
พิษสวาทมิควรประมาทนะเราท่าน
หากปล่อยไว้นานกำเริบร้าวรานยิ่งพล่านอุรา
เกิดความเสื่อมทรามปัญญา
สติสมองมึนชาเพ้อพร่ำวาจาเหมือนดังคนบ้าร่ำไป

พิษสวาทพลิกแพลงประสาทและใจคน
ไม่เคยซุกซน ก็กลับลุกลนเป็นเด็กไปได้
ที่เปลียวก็กลับซึมไปที่ขลาดก็หาญชาญชัย
เล็กทำเป็นใหญ่พลิกแพลงไปได้มิได้กลัว
พิษสวาทพลิกวาจาสัตย์คิดลวงลม
ตบตาสังคมโกหกพกลม เสียสัตย์แก่ตัว
ด้วยความมืดหน้าตามัวกงจักรกลับเห็นเป็นบัว
หลงเริงใจตัวหลงเดินทางชั่วที่บาปกรรม
ยอมสละหมดตัวศีลธรรมไม่กลัว
แม้ผิดเมียผัวยังทำ พลาดจนพลั้งลงต่ำ
พอล้มจนคว่ำ ถึงกับต้องคร่ำน้ำตา
พิษสวาทนี้มีอำนาจเหนือใจคน
มันแปลกพิกล ต้องถูกทุกคนมิใช่กล่าวหา
หากใครไม่เคยโดนมาวันหนึ่งคงถึงเวลาเห็นกันทันตา
เสียแรงจะว่าให้ป่วยการ

           ป้าโจ๊วได้เขียนหนังสือซึ่งกล่าวถึงเพลงนี้ว่า

    " ระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๘๘ - ๒๔๘๙ ซึ่งหมายถึงระยะที่สัมพันธมิตรครองโลกอย่างแท้จริง โดยญี่ปุ่นยอมจำนนต่อกองทัพพันธมิตร ซึ่งสหรัฐเป็นผู้นำ  กรุงเทพยังสับสน ผุ้คนซึ่งอพยพหนีสงครามทะยอยกันคืนสู่เหย้า บ้างก็ต้องแสวงหาที่อยู่ใหม่ บ้างก็ไม่มีที่อยู่  ต้องอาศัยเขานอนไปวันๆ  เคราะห์ของดิฉันยังดีที่เกิดเป็นคนจน ไม่มีที่อพยพ หนีภัย ภัยมาก็อยู่ที่เดิม ภัยหมดก็ยังอยู่ที่เดิม  ระยะนี้บังเอิญมีโอกาสเข้าประจำทำงานที่กรมโฆษณาการ มีโอกาสร้องเพลงทางวิทยุ ทางเวทีโรงภาพยนตร์และอัดแผ่นเสียงบ้างในบางเพลง ซึ่งคุณเอื้อ สุนทรสนาน จะมอบหมายให้
     ดิฉันจำได้ไม่ลืม เพลงที่มีโอกาสร้องส่งออกวิทยุระยะนั้น มีหลายเพลงที่ประทับใจผู้ฟัง อาทิ  หาดสงขลา สุริยาลับฟ้า  พิษสวาท
ศรกามเทพ  มีอยู่เพลงหนึ่งในจำนวนเพลงดังกล่าว เพื่อนคนหนึ่งมาบอกดิฉันว่า คนสำคัญคนหนึ่งของวงการวรรณกรรม โปรดปรานเพลง
"พิษสวาท" มาก ถึงกับปรารภว่า อยากรู้จักตัวนักร้อง
     ดิฉันไม่สู้จะสนใจเท่าใดนักว่าคนๆนั้นจะเป็นใคร ต่อเมื่อเพื่อนคนนั้นเขาบอกชื่อให้ทราบ  ดิฉันก็ตื่นเต้นภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะคนๆนั้น ก็คือ   "ยาขอบ" ผู้เขียน  "ผู้ชนะสิบทิศ"  ซึ่งดิฉันเคยติดตามอ่านด้วยความหลงไหลมาตั้งแต่เด็ก
     "ยาขอบ"  ซึ่งใครๆ ก็ทราบดีว่า คือ คุณโชติ  แพร่พันธุ์ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ เป็นนักประพันธ์ระดับสุดยอดของเมืองไทย นอกจากวรรณกรรมยาวเหยียดเรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ  แล้ว ดิฉันยังหลงไหลบทประพันธ์เรื่องสั้นของท่านอีกหลายเรื่อง  อาทิ มุมมืด หล่อนชั่วเพราะชาย รอยโครอยเกวียน  คนไม่รู้จักแก่  ตลอดจนวรรณกรรม "สามก๊ก" ซึ่งยาขอบนำมาเล่าให้ง่ายในแบบวณิพกหลายต่อหลายตอน  ดังนั้นเมื่อ ยาขอบ อยากรู้จักนักร้องเด็กๆอย่างดิฉัน (ขณะนั้นอายุเพียง ๑๖ ปีเท่านั้น) ท่านจะไม่ให้ดิฉันตื่นเต้นและภูมิใจได้อย่างไรคะ
     อารามดีใจ  ดิฉันนำข่าวนี้ไปอวดเพื่อนๆร่วมงานกรมโฆษณาการหลายคน คนๆหนึ่งนิยม ยาขอบ อย่างจับจิตจับใจ เพราะเธอหวังจะเป็นนักประพันธ์ให้ได้ ซึ่งต่อมาก็เป็นนักประพันธ์มีชื่อจริงๆ โดยได้สมัครตามดิฉันไปพบ "ยาขอบ" ด้วยคน ดิฉันยิ่งยินดีที่มีเพื่อนตามไปด้วย ความจริงเธอผู้นี้เป็นเพื่อนรุ่นพี่มาตลอด เธอคือ คุณชอุ่ม  ปัญจพรรค์
      วันสำคัญมาถึง เมื่อคนติดต่อมาบอกว่า ยาขอบ เชิญทานอาหารกลางวันที่บ้านพักของท่าน หลังวัดตรีทศเทพ  ดิฉันกับชอุ่ม จึงรีบไปตามนัด
       บ้านหลังวัดตรีทศเทพ เป็นไม้เรือนใหญ่ มีชานกว้าง ยกพื้นเรือนแบบเรือนโบราณ เย็นสบายน่าอยู่ ยาขอบ สวมกางเกงแพรแดงเลือดนก  เสื้อผ้าป่านคอกลม รอต้อนรับเราด้วยกิริยาร่าเริง และมีอารมณ์ขันอยู่ตลอดเวลา  เมื่อทราบว่าดิฉัน คือคนร้องเพลง พิษสวาท  ที่ท่านต้องการรู้จัก ท่านถึงกับขยับแว่นตาที่สวม พลางอุทานว่า
     "บ๊ะ  ตัวนิดเดียว หนูทำไมเสียงดีนัก"
     จากนั้น  ท่านก็ให้รู้จักกับภรรยาของท่าน คือ คุณชลูด ซึ่งสวยงามมาก อย่างที่ยากจะหาคนไทยยุคนั้นจะสวยได้เท่า
     "แม่  นี่ไง เพ็ญศรี ที่ร้องเพลง พิษสวาท "  ยาขอบเรียกคุณชลูดว่าแม่จนติดปาก  แล้วท่านอรรถาธิบายเองว่า
     เมียผมคนนี้ ดีไม่เท่าแม่ก็ตรงที่ไม่ได้คลอดผมออกมาเท่านั้น แต่ความดีอื่นๆเท่ากัน  เหมือนกัน ฉะนั้นผมจึงเรียกเธอว่า "แม่" ได้เต็มปากเต็มใจ
      ฟังยาขอบพูดสิคะ แบบนี้ใครได้เป็นภรรยา คงหลงตาย จริงไหมคะ
     
     ยาขอบบอกให้ดิฉันร้องเพลง "พิษสวาท" ให้ฟัง ดิฉันเต็มใจร้องด้วยใจพองโต  สำหรับเพลงพิษสวาทนี้ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล แต่งเนื้อร้อง  คุณเอื้อ  สุนทรสนาน แต่งทำนอง
     เมื่อดิฉันร้องเพลงจบ ยาขอบ ดื่มเหล้าก่อนจะบอกกับดิฉันว่า
     "วันนี้เป็นอีกวันหนึ่ง ที่อาโชติของหนูมีความสุขที่สุด อารักเพลงนี้มาก เพราะตลอดชีวิต หนีไม่พ้นพิษสวาทสักที ทั้งๆตั้งใจจะหนี"
      ยาขอบจากโลกนี้ไปหลายปีแล้ว  แต่นักอ่านไม่ลืม นักร้องคนนี้ก็ไม่อาจลืม "ยาขอบ" ได้ลง  ยามใดที่ดิฉันมีโอกาสร้องหรือได้ยินเพลงพิษสวาท ยามนั้น คุณๆโปรดทราบด้วยว่า ดิฉันคิดถึงยาขอบทุกครั้งไป คิดถึงแล้วอยากร้องไห้ ที่มัจจุราช คร่าชีวิตท่านจากเราเร็วเกินไป น่าเสียดายจริงๆด้วยค่ะ"


  • กรรมการ
  • *
  • Thank You
  • -Given: 268
  • -Receive: 245
  • กระทู้: 235
  • เพศ: ชาย
Re: พิษสวาท เพ็ญศรี พุมชุศรี เพลงความหมายดีๆ ครับท่าน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2014, 04:45:23 PM »
ขอบคุณ ครับคุณอาคม ที่นำข้อมูล เรื่องราวของเพลงมาฝากให้อ่านกัน หวังว่าคงมีมาเรื่อยๆนะครับ

 

เว็บเพื่อนบ้าน

บ้านคนรักลูกทุ่ง

บ้านและที่ดิน

อสังหาริมทรัพย์ ของสะสม